บทความ

บทความ (9)

ผลลพททไดจากการทำ RF

 

1. เร่งให้เกิดการเผาผลาญไขมันในร่างกาย

2. กระตุ้นและขับของเสียออกไป

3. ขจัดไขมันและเซลลูไลต์

4. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบตึงขึ้น

5. ในคนไข้บางรายพบว่ามีน้ำหนักลดลงด้วย

6. ช่วยให้เกิดความผ่อนคลายสบายตัว

จะพบว่าหลังจากที่คุณทำการรักษาแม้เพียงครั้งแรก คุณจะรู้สึกถึงผิวกระชับขึ้น และสัดส่วนบริเวณที่รักษานั้นจะลดลง โดยการลดลงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังและชั้นไขมัน รวมทั้งอายุของผู้ทำการรักษาในแต่ละรายด้วย

 

 

HT1.hwMFUdcXXagOFbXP

 

 

1. ไม่แนะนำให้ทำในช่วงระหว่างมีรอบเดือน หรือก่อนหลังการมีรอบเดือน 3 วัน

2. ผู้ที่สูญเสียความรู้สึก หรือการรับความรู้สึกบกพร่องหรือช้า

3. ผู้ที่เป็นโรคไต ผู้ที่มีโรคที่เกิดจากระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเลือด

4. หญิงมีครรภ์ และหลังคลอดบุตร 6 เดือน

5. ผู้ที่มีประวัติเป็นลมชัก

6. ไม่แนะนำให้ทำในบริเวณที่มีการอักเสบ แผลถลอก หรือบริเวณที่เคยได้รับการผ่าตัดมาน้อยกว่า 6 เดือน หรือแผลผ่าตัดยังหายไม่สนิท

7. ให้ถอดอุปกรณ์และเครื่องประดับที่เป็นโลหะก่อนทำทุกครั้งเพราะเป็นการรบกวนการส่งคลื่นได้

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ข้อปฎิบัติหลังทำการรักษาด้วย RF

เขียนโดย

cavitacionestetica

 

1. หลังทำการรักษาภายใน 24 ชั่วโมง แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่า เฉลี่ย 34 ลิตร เพื่อให้ของเสียที่คั่งค้างสะสมอยู่ในร่างกายถูกกำจัดออกให้เร็วที่สุดและในวันถัดไปให้ดื่มน้ำเปล่าวันละ 2 ลิตร ถ้าดื่มน้ำน้อยขบวนการขับของเสียออกจากร่างกายจะไม่ดี ของเสียและไขมันจะยังคงสะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ผลในการรักษาได้ผลไม่ดีนัก

2. กรณีรักษา RF เพื่อลดไขมันส่วนเกิน ควรควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และไขมัน เพื่อป้องกันไขมันส่วนเกินมาสะสมใหม่

3. ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

4. เพื่อเสริมให้เห็นผลการรักษาเร็วยิ่งขึ้นควรรักษาควบคู่ไปกับการทำทรีทเม้นท์อื่นๆ ร่วมด้วย ตามคำแนะนำ

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
Tel.081-692-6535,090-9692595
ID Line: elegance-Slimup

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ต้องทำการรักษาด้วย RF กี่ครั้งถึงจะเห็นผล

เขียนโดย

BodyRegionUS 01

 

ผลการรักษาด้วย RF พบว่าในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน นอกจากคุณภาพของเครื่องที่ใช้และความชำนาญ ยังขึ้นอยู่กับอายุและดูแลบำรุงรักษาผิวพรรณ เพราะสังขารคนเรา เมื่ออายุมากขึ้น ก็ต้องร่วงโรยตามธรรมชาติ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือหลังจากทำการรักษาด้วย RF ติดต่อกันจนได้ผลสูงสุดแล้ว ควรกลับมารักษาซ้ำเป็นระยะตามความเหมาะสม เพื่อให้อยู่ตัว ใบหน้าและคอดูอ่อนวัยดังเดิมไปนานที่สุด

เพราะเนื่องจาก RF เป็นวิธีการรักษาซึ่งมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ปลอดภัยที่สุด ประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถทำการรักษาซ้ำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จึงเป็นวิธีการที่ดีวิธีหนึ่งในปัจจุบันในการชะลอวัย ( anti-aging ) 

 

before after

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ระยะเวลาในการรักษา หลังทำRF

เขียนโดย

male-weight-loss-dietslimming-diet-patches-for-weight-loss-natural-organic-health-pxweldzl

 

1. ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของลูกค้า เช่น การรักษาเพื่อลดเซลลูไลท์และกระชับสัดส่วน จะใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ควรทำประมาณ 10-15 ครั้ง โดยใน 1 เดือนแรกควรทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

2. การรักษาเพื่อลดไขมันส่วนเกินและกระชับสัดส่วน จะใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที ควรทำประมาณ 15-20 ครั้ง โดยใน 1 เดือนแรกควรทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

3. การดูแลผิวพรรณและสัดส่วนให้กระชับหลังจบคอร์สอย่างต่อเนื่อง ควรทำเฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้งหรือบ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ

 

mabel-6-demo

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ความรู้สึกขณะทำ Radio Frequency (RF)

เขียนโดย

maxresdefault1

 

 

ในระหว่างทำ RF จะรู้สึกอุ่นๆบริเวณที่ทำ และหลังจากการทำเสร็จทันทีผิวบริเวณนั้นจะเป็นสีชมพู หรือแดงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเกิดการขยายตัวของหลอดเลือดที่มาหล่อเลี้ยงผิวบริเวณนั้น ซึ่งอาการดังกล่าวจะหายไปได้เอง หลังจากนั้นจะรู้สึกว่าผิวเต่งตึงขึ้น นอกจากนี้จะรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่นกระปรี้กระเปร่า เหมือนกับการเข้าสปานวดหน้า นวดตัว

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ผลที่ได้จากการทำ Radio Frequency (RF)

เขียนโดย

ผลลพททไดจากการทำ RF

 

1. เร่งให้เกิดการเผาผลาญไขมันในร่างกาย

2. กระตุ้นและขับของเสียออกไป

3. ขจัดไขมันและเซลลูไลต์

4. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบตึงขึ้น

5. ในคนไข้บางรายพบว่ามีน้ำหนักลดลงด้วย

6. ช่วยให้เกิดความผ่อนคลายสบายตัว

จะพบว่าหลังจากที่คุณทำการรักษาแม้เพียงครั้งแรก คุณจะรู้สึกถึงผิวกระชับขึ้น และสัดส่วนบริเวณที่รักษานั้นจะลดลง โดยการลดลงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังและชั้นไขมัน รวมทั้งอายุของผู้ทำการรักษาในแต่ละรายด้วย

 

จากผลการทำงานดังกล่าวข้างต้น RF จึงมีประโยชน์ในแวดวงความงาม เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งพอจะสรุปได้เป็นหมวดๆ ดังนี้

1. Body Lifting คือ การยกกระชับ แก้ไขการเหี่ยว หย่อนคล้อยทำให้ไม่ต้องผ่าตัดเพื่อดึง

2. Body Recontouring คือ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้สมส่วน

3. skin Rejuvenation คือ การลบเลือนริ้วรอยบริเวณผิวหนัง หรือผิวแตกลาย ให้ดูตื้นขึ้น

4. Skin Resurfacing คือ การทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใส

5. Skinl Lightening คือ การปรับสีผิวให้ขาวสว่างมากขึ้น รอยดำต่างๆจางลง

6. Body Reconturing and Firming คือ ช่วยกระตุ้นให้ไขมันเกิดการเผาผลาญด้วยวิธีการที่ปลอดภัย ทำให้หลอดเลือดขยายตัว น้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี ไม่เกิดการสะสมของของเสียและไขมันส่วนเกิน และยังทำให้เนื้อเยื่ยได้รับออกซิเจนมากขึ้น 

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

ข้อดีของการทำ Radio Frequency (RF)

เขียนโดย

ขอดจากการนวดRF

 

ข้อดีของการทำRF  จะช่วยขจัดเซลลูไลท์และไขมันที่สะสมอยู่ตามหน้าท้อง สะโพก ต้นขา ต้นแขน ลดลงอย่างได้ผลชัดเจน และยังช่วยในการกระชับสัดส่วนอีกด้วย โดย RF จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และการหดตัวของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อชั้นบางๆ ที่อยู่ในผิวหนังทำให้ผิวหนังทั้งหมดกระชับขึ้นมากจนส่งผลให้เกิดการยกตัวขึ้นทันทีหลังรับการรักษา เพียงไม่กี่ครั้ง โดยที่ไม่มีผลกับน้ำหนัก

 

- ปลอดภัย 100% ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย

- ไม่ต้องทนเจ็บจากการผ่าตัด หรือดูดไขมัน

- ไม่ต้องพักฟื้นจากการผ่าตัด สามารถทำงานได้ตามปกติ

- ไม่ต้องเจาะ หรือดูดไขมัน ที่สำคัญไม่ถิ้งรอยแผลเป็น 

วัน, วันที่ เดือน ปี ชม:นาที

การนวดสลายไขมันด้วย RFหรือRadio Frequency

เขียนโดย

การนวดสลายไขมันด้วย RFหรือRadio Frequency คือ เทคโนโลยีในการรักษาโดยวิธีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนในรูปของคลื่นวิทยุ ในช่วงความถี่ 0.3 - 0.5 MHz (เมกะเฮริตซ์) ที่ปลอดภัย พลังงานจากกระแส ไฟในช่วงคลื่นความถี่วิทยุสามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึก และประสานไปกับการนวดพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียน กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 3° C- 5° C ช่วงเร่งอัตราการเผาพลาญไขมันซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัย เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สูงขึ้นไม่เกิน 42° C ทำให้ระบบโลหิตบริเวณที่ได้รับการรักษาดีขึ้น หลอดเลือดขยายตัว ช่วยให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี มีการขับของเสียในระบบน้ำเหลือง




โดยเมื่อสิบกว่าปีก่อนนี้ วงการแพทย์ได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยี่ RF มาใช้ในการรักษาโรคผิวหนัง เป็นส่วนใหญ่ เช่น การกำจัด ไฝ ขี้แมลงวัน หูด ติ่งเนื้อ กระเนื้อ เนื้องอก ผิวหนัง การผ่าตัด ผิวหนัง และการ จี้ หลอดเลือด แต่ต่อมาได้มีการพัฒนา RF ให้มีความสามารถหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในแวดวงความงาม และก็มีการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นเรื่อยๆ 

 

ซึ่งกลไกการทำงานโดยการส่งผ่านคลื่นวิทยุ ลงไปในทุกชั้นของผิวหนัง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงดังนี้

 

 

 

1. ผิวชั้นบนสุด คือ ชั้น epidermis หรือหนังกำพร้า คลื่นวิทยุจะมีผลให้สิวเสี้ยนบางส่วน ฝ้าและกระบางส่วน และเซลล์หนังกำพร้าที่หมดอายุแล้วหลุดลอกออกไป ทำให้ผิวเรียบเนียน ขาว ใสขึ้น รอยดำใต้ตา ฝ้าและกระจางลง นอกจากนี้ คลื่นวิทยุ ยังกระตุ้นให้เกิดการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นของเซลล์ซึ่งยังไม่หมดอายุของหนังกำพร้าชั้นล่างๆ ทำให้รูขุมขนเล็กลง หลุมสิวตื้น รอยแผลเป็นจากสิวดีขึ้น ตลอดจนริ้วรอยต่างๆบริเวณหน้าผาก หัวคิ้ว สันจมูก รอบดวงตา รอบปาก ตลอดจนเส้นพับที่คอตื้นขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา

 

2. ผิวชั้นถัดไปเป็น dermis หรือหนังแท้ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องความตึงกระชับของผิว คลื่นวิทยุมีผลให้ผิวหนังชั้นนี้สร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ทำให้ผิวหนังบริเวณที่เคยหย่อนคล้อยตึงกระชับขึ้น หรือถ้าเป็นใบหน้าร่องหน้าผากตื้นขึ้น ถุงใต้ตาแบนราบลง รูปหน้าเรียวลง

 

3.. ชั้นที่ลึกที่สุดที่คลื่นวิทยุเข้าไปถึงคือชั้น subcutaneous fat หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง มีผลให้เกิดการละลายของไขมันเข้าไปสู่หลอดน้ำเหลือง ทำให้สามารถลดขนาดของไขมันในส่วนต่างๆของร่างกายที่นวด เช่น หน้าท้อง  เอว สะโพก ต้นขา 

 

 

โทร